เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสมณฑลกรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ทรงทราบว่าราษฎรมีกรณีพิพาทถึงขั้นร้องเรียนในเรื่องเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นจำนวนมาก เพราะหนังสือสำคัญที่เจ้าหน้าที่ผู้เก็บภาษีอากรออกให้เจ้าของที่ดินยึดถือไว้ ไม่อาจใช้เพื่อระงับข้อพิพาทโต้แย้งได้ เนื่องจากมีข้อความไม่กระจ่างว่าผู้ใดมีสิทธิอยู่ในที่ดินเพียงใด อย่างใด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ จัดทำทะเบียนที่ดินเพื่อใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินให้รัดกุมขึ้น และโปรดเกล้าฯ ให้พระยาประชาชีพบริบาล (ผึ่ง ชูโต) ข้าหลวงพิเศษจัดการที่ดิน ออกไปเดินสำรวจรังวัดปักเขตเพื่อออกโฉนดที่ดิน โดยให้อยู่ในบังคับบัญชาของเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า ข้าหลวงเกษตรพร้อมด้วยเจ้าพนักงานกรมแผนที่ได้เริ่มออกเดินสำรวจรังวัดเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ร.ศ. ๑๒๐ (พ.ศ. ๒๔๔๔) โดยเริ่มดำเนินการที่ตำบลบ้านพลับ ตำบลบ้านแป้ง ตำบลเกาะเกิด อำเภอพระราชวังบางปะอิน ตามลำดับ เมื่อมีการออกโฉนดที่ดินแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ผู้ที่ถือโฉนดที่ดินเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกประกาศพระบรมราชโองการออกโฉนดที่ดินมณฑลกรุงเก่า เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ร.ศ. ๑๒๐ ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่ใช้ในการออกโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งหอทะเบียนที่ดินแห่งแรกคือหอทะเบียนมณฑลกรุงเก่า ที่สภาคารราชประยูร ในพระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๔๔
สภาคารราชประยูร
หลังจากที่ได้มีการจัดตั้งหอทะเบียนขึ้น ได้มีการสถาปนากรมทะเบียนที่ดิน เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๔๔ ขึ้นตรงกับกระทรวงเกษตราธิการ (เปลี่ยนชื่อเป็น“กรมที่ดิน” เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๕ ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย)
โฉนดที่ดินฉบับแรก เป็นโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ร.ศ. ๑๒๐ (พ.ศ.๒๔๔๔) ที่ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพระราชวัง แขวงเมืองกรุงเก่า เมืองกรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) เนื้อที่ ๘๙ ไร่ ๑ งาน ๕๒ ตารางวา เป็นโฉนด เลขที่ ๑ หน้า ๑ เลขที่ดิน ๑๑๗ ระวาง ๑๗ ต ๓ อ
ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๘ เมื่อมีการออกพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิธ ได้พระราชทานพระบรมราโชบายให้มีการปฏิรูปที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้รับพระราชทานที่ดินอันเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำนวน ๕๑,๙๖๗ ไร่ ๙๕ ตารางวา ครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัด ซึ่งรวมถึงที่ดินแปลงเกษตรกรรมตามโฉนดที่ดินฉบับแรกที่เป็นที่ดินในพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรวมอยู่ด้วย เพื่อนำไปดำเนินการตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘
หลักหมุดเขตที่ดินแปลงโฉนดที่ดิน
ฉบับแรกของประเทศไทย
ศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าว
แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรก
ต่อมา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าว แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย” ขึ้นในพื้นที่ดินแปลงดังกล่าว เพื่อเป็นศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและการขยายพันธุ์ข้าว รวมถึงเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้เรื่องข้าวสร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน โดยรวมกลุ่มในรูปแบบธุรกิจวิสาหกิจชุมชนข้าว และจัดให้มีพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตราธิราชเจ้าและพิธีวางศิลาฤกษ์ขึ้น เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ จากนั้น ได้อัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไปประดิษฐาน ณ แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ดำเนินการจัดสร้างแบบจำลองป้ายโฉนดที่ดินฉบับแรก ศาลาทรงนา และศาลาแสดงงาน ขึ้นในบริเวณแปลงโฉนดที่ดินฉบับแรก เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “ศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าว แปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย” ที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันจันทร์ ที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒
ป้ายโฉนดที่ดินฉบับแรก
ศาลาทรงงาน