ตลอดระยะเวลาแห่งการดำรงพระอิสริยยศ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จนถึง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ” สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ทั้งในฐานะ “พระผู้เป็นที่พึ่งของปวงชนชาวไทย” และ ในฐานะ “คู่บุญคู่พระราชหฤทัย” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ทั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบททั่วทุกภูมิภาคของประเทศ แม้ต้องทรงตรากตรำพระวรกาย เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกสบายเหมือนในสมัยปัจจุบัน
หนึ่งในพระราชภารกิจที่สำคัญยิ่ง เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศ “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” คือทรงรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทรงดำรงตำแหน่ง “ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” ในช่วงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระผนวชในบวรพุทธศาสนาตามโบราณราชประเพณี ระหว่างวันที่ ๒๓ ตุลาคม ถึง วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ ซึ่งพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังสภาผู้แทนราษฎร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรความว่า “จะซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ตามรัฐธรรมนูญทุกประการ” จากนั้น ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะ “ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” โดยทรงเป็นประธานการประชุมคณะองคมนตรี และทรงลงพระนามาภิไธยในพระราชบัญญัติต่างๆ ที่ประกาศใช้เป็นกฎหมาย
พระราชกรณียกิจในระหว่างทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กอปรกับพระราชกรณียกิจอื่นๆ ที่ทรงปฏิบัติเรื่อยมาอันครอบคลุมทั้งด้านการเมือง การศึกษา การศาสนา การต่างประเทศ การแพทย์และสาธารณสุข การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม นั้น ล้วนก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติอันเป็นการแบ่งเบาพระราชภารกิจในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดังนั้น ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๙๙ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า “ตามราชประเพณี เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เคยมีประกาศให้ออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทรงพระราชดำริเห็นว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในระหว่างที่ทรงผนวช และได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถสนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย เป็นการสมควรที่จะได้เฉลิมพระอภิไธยให้เชิดชูพระเกียรติยศยิ่งขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” จึงนับเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ที่ ๒ ในประวัติศาสตร์ของพระบรมราชจักรีวงศ์ และทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์แรกของแผ่นดินไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมิ่งมาตา ศรีจักรีวงศ์. กทม.