พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล รัชกาลที่ ๘
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา
พระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พระราชกุศลวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง
พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช
พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช
ประวัติพระสยามเทวาธิราช
พระสยามเทวาธิราชเป็นเทพยดาที่ประชาชนชาวไทยเคารพนับถือ มักอัญเชิญมากล่าวขึ้นต้นในการขอพรหรืออำนวยพรแก่บุคคลต่าง ๆ ด้วยการขออำนาจพระสยามเทวาธิราชอำนวยพรให้บังเกิดความสุขความเจริญ และประสบความสำเร็จตามความปรารถนา
หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ทรงนิพนธ์ประวัติพระสยามเทวาธิราชไว้ในหนังสือสารคดีที่น่ารู้ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริว่า เมืองไทยมีเหตุการณ์ที่เกือบจะต้องเสียอิสรภาพมาหลายครั้ง แต่เผอิญให้มีเหตุรอดพ้นมาได้เสมอ ชะรอยจะมีเทพยดาองค์ใดองค์หนึ่งที่คอยพิทักษ์รักษาอยู่ จึงสมควรจะทำรูปเทพองค์นั้นขึ้นไว้สักการบูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิฐวรการ ทรงปั้นหล่อเป็นรูปเทพขึ้นแล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามว่ พระสยามเทวาธิราช อัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งทรงธรรม ในหมู่พระที่นั่งพุทธมณเฑียร และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดเครื่องสังเวยถวายเป็นประจำวัน โดยจัดเครื่องสังเวยเป็นอย่างน้อยแบบเครื่องเซ่น
พระสยามเทวาธิราชเป็นเทวรูปยืน สูงประมาณ ๘ นิ้ว ทรงเครื่องกษัตริยาธิราช พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายจีบนิ้วพระหัตถ์เสมอพระอุระ มีเรือนแก้วทำด้วยไม้จันทน์ อยู่เบื้องหลัง ที่เรือนแก้วมีคำจารึกเป็นอักษรจีนแปลความได้ว่า เทพยดาผู้สิงสถิตรักษาสยามประเทศ
พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชในสมัยรัชกาลที่ ๔
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริว่า วันขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติของไทย ตรงกับวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ธรรมเนียมชาวตะวันตกถือว่า วันปีใหม่เป็นวันรื่นเริง มีการเลี้ยงฉลอง จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพระราชพิธีสังเวยเทวดา สมโภชเครื่อง เลี้ยงโต๊ะปีใหม่ และพร้อมทั้งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระสยามเทวาธิราชออกไปตั้งที่บุษบกมุขเด็จพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พร้อมกับอัญเชิญเทวรูปและเจว็ดมุกที่หอแก้วไปตั้งด้วย มีเครื่องสังเวย โต๊ะจีน จำนวน ๓ โต๊ะ เวลาเช้า เสด็จออก ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ เวลาค่ำ เสด็จออก ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงสังเวย พระสยามเทวาธิราช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีละครหลวงแสดงสมโภช แล้วพระราชทานเลี้ยงพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และชาวต่างประเทศ
พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชในสมัยรัชกาลที่ ๕
ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รื้อ หมู่พระที่นั่งพุทธมณเฑียร รวมทั้งพระที่นั่งทรงธรรมซึ่งประดิษฐานพระสยามเทวาธิราช จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระสยามเทวาธิราชไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระวิมานไม้แกะสลักปิดทอง ซึ่งกั้นเป็นลับแลบังพระทวารเทวราชมเหศวรที่ เป็นทางเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระสยามเทวาธิราชประดิษฐานที่พระวิมานองค์กลางร่วมกับเทวรูปพระสรัสวดี เทพเจ้าแห่งการดนตรีและขับร้อง สำหรับพระวิมานองค์ตะวันออกประดิษฐานเทวรูปพระอิศวรและพระอุมา และพระวิมานองค์ตะวันตกประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ เครื่องสังเวยพระสยามเทวาธิราชที่เคยจัดถวายเป็นประจำวันนั้น คงจัดถวายเฉพาะวันอังคารและวันเสาร์
ส่วนพระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ณ พระที่นั่ง ไพศาลทักษิณ ได้ถือปฏิบัติเป็นราชประเพณีสืบมาจนถึงปัจจุบัน โดยอัญเชิญพระสยามเทวาธิราช เทวรูปพระสรัสวดี พระอิศวร พระอุมา พระนารายณ์ทรงครุฑ จากพระวิมานลงมาประดิษฐานที่โต๊ะเครื่องสังเวยหน้าพระวิมาน และอัญเชิญเทวรูปพระอิศวรองค์ใหญ่พร้อมกับเจว็ดมุกรูปพระภูมิเจ้าที่กับเจว็ดมุกรูปเจ้ากรุงพาลีจากหอแก้ว (ตั้งอยู่ริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านตะวันออกของพระทีนั่งบรมพิมาน) มาประดิษฐานที่โต๊ะสังเวยด้วยเครื่องสังเวยพระสยามเทวาธิราช ประกอบด้วยหัวหมู เป็ด ไก่ เมี่ยงส้ม ทองหยิบ ฝอยทอง ส้มเขียวหวาน องุ่น มะตูมเชื่อม มะพร้าวอ่อน กล้วยหอมจันทน์ ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ผลทับทิม เทียนทอง และเทียนเงิน
พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชในสมัยรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน
พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชในรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในการพระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช รายละเอียดพระราชพิธี มีดังนี้
เมื่อพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ เสด็จมาถึงพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนสักการะพระสยามเทวาธิราช และทรงจุดธูปปักที่เครื่องสังเวย เสร็จแล้ว ทรงจุดธูปเทียนบูชาและจุดธูปปักที่เครื่องสังเวยเทวดากลางหาวที่โต๊ะเครื่องสังเวยหน้าหอพระสุลาลัยพิมาน ซึ่งเป็นเครื่องสังเวยอย่างเดียวกัน ขณะนั้น พนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ ศิลปินกรมศิลปากรรำถวายมือ จบแล้ว มีการแสดงละครสมโภช เช่น เรื่องไชยเชษฐ์ และสังข์ศิลป์ชัย เป็นต้น เมื่อการแสดงละครจบ พระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ประทานรางวัลแก่ผู้แทนนักแสดง แล้วเสด็จกลับ เมื่อธูปที่จุดปักไว้ที่เครื่องสังเวยหมดดอกแล้ว เจ้าหน้าที่ลาถอนเครื่องสังเวย แล้วอัญเชิญพระสยามเทวาธิราชและเทวรูปที่อัญเชิญมาร่วมพระราชพิธีกลับไปประดิษฐานที่เดิมเป็นเสร็จการพระราชพิธี
นางสาวเพลินพิศ กำราญ เรียบเรียง