TH

EN

พระราชพิธีวันปิยมหาราช

นิยาม

พระราชพิธี

 พระราชพิธีสังเวยพระป้าย

พระราชพิธีสงกรานต์

 พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีวันวิสาขบูชา

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล รัชกาลที่ ๘

 พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา

          พระราชพิธีวันปิยมหาราช

พระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พระราชพิธีขึ้นปีใหม่

พระราชกุศลวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง

พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช

 พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

รัฐพิธี 

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช

          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์ที่ราษฎรเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง ด้วยมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นอเนกประการในด้านการปกครอง ราษฎรมีความร่มเย็นเป็นสุข จึงได้ถวายพระราชสมัญญาว่า พระปิยมหาราช พระบรมวงศานุวงศ์ พ่อค้า คหบดี ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าผู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ร่วมใจกันรวบรวมเงินจัดสร้างพระบรมรูปทรงม้าเป็นพระบรมราชานุสรณ์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต ขณะที่ทรงพระชนม์อยู่เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชสมบัติยั่งยืนนานถึง 40 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสรณ์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2451

          ครั้นวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453พระบาทสมเด็จพะจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นที่เศร้าสลดอย่างใหญ่หลวงของพระบรมวงศานุวงศ์และอาณาประชาราษฎร์  เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพตามราชประเพณีแล้ว ครั้งถึงวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย โดยเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวออกประดิษฐานบนพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร และเชิญพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวาร ณ โต๊ะหมู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งอนันตสมาคม (เมื่อพระที่นั่งอนันตสมาคมใช้เป็นรัฐสภา พระราชพิธีจึงย้ายมาทำที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย)

          พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราชครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายแล้ว จึงเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา และจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะที่พระบรมราชานุสรณ์ ต่อมาเมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถเสด็จสวรรคตและถวายพระเพลิงพระศพแล้ว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระโกศพระอัฐิออกประดิษฐานข้างเคียงพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวร่วมในพระราชพิธี พร้อมด้วยพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ต่อมาเมื่อสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระโกศพระอัฐิและพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ประดิษฐานร่วมในพระราชพิธีด้วย

          พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราชในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสรณ์ ทรงวางพวงมาลา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศและทองน้อย แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิและพระอัฐิ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดีถวายราชสักการะพระบรมอัฐิและพระอัฐิ พระสงฆ์ 57 รูปเท่าพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวดพระพุทธมนต์ จบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมกัณฑ์เทศน์ แล้วทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนาสดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

การแต่งกาย  แต่งเครื่องแบบครึ่งยศ

เพลินพิศ  กำราญ