TH

EN

วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์​

วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

ความเป็นมา

          วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ มีความเป็นมาสืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชดำริว่า พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ช่างปั้นพระบรมรูปตามลักษณะเหมือนพระองค์จริง ทรงฉลองพระองค์แบบไทย และทรงเททองหล่อพระบรมรูปทั้ง ๔ รัชกาล ณ โรงหล่อหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (บริเวณศาลาสหทัยสมาคมในปัจจุบัน) เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชบุพการี กับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประดิษฐานพระบรมรูปทั้ง ๔ รัชกาลนั้น เพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการได้ถวายบังคมสักการะในการพระราชพิธีฉัตรมงคลและพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา

          ต่อมา พุทธศักราช ๒๔๖๑ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมชนกนาถ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หล่อขึ้นที่ต่างประเทศในคราวเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ ๒ พุทธศักราช ๒๔๕๐ มาประดิษฐานร่วมกับพระบรมรูปทั้ง ๔ รัชกาล ที่อัญเชิญย้ายมาจากพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทมาประดิษฐานที่ปราสาทพระเทพบิดร สถานที่ที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ซ่อมแปลงพระพุทธปรางค์ปราสาทในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สำหรับเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทั้ง ๕ รัชกาล และพระราชทานนามใหม่ว่า ปราสาทพระเทพบิดร และด้วยทรงพระอนุสรณ์คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งทรงประดิษฐานพระบรมราชวงศ์จักรี ทรงพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง เมื่อมีโอกาสก็ควรแสดงความเชิดชูและระลึกถึง จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมรูปจากพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทมาประดิษฐานที่ปราสาทพระเทพบิดร เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๑ อันเป็นดิถีคล้ายวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จพระราชดำเนินกลับจากราชการทัพถึงพระนคร และทรงได้รับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระกรัณฑ์ทองคำลงยาราชาวดี ซึ่งบรรจุพระบรมทนต์ (ฟัน) พระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธย พระดวงพระบรมราชสมภพ พระดวงบรมราชาภิเษก พระดวงสวรรคต ณ เบื้องสูงของพระเศียรพระบรมรูปทั้ง ๕ รัชกาล ในโอกาสนี้ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศพระบรมราชโองการพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเป็นการประจำปีในวันที่ ๖ เมษายน เป็นราชประเพณีสืบไป

          ในสมัยรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระราชพิธีทรงหล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ โรงหล่อกรมศิลปากร ครั้นตกแต่งพระบรมรูปเรียบร้อยแล้ว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระราชพิธีประดิษฐานพระบรมรูปที่ปราสาทพระเทพบิดร โดยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงบรรจุพระบรมทนต์ กับพระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธย พระดวงพระบรมราชสมภพ พระดวงบรมราชาภิเษก และพระดวงสวรรคต ลงในพระกรัณฑ์ทองคำลงยาแล้วทรงบรรจุที่เบื้องสูงของพระเศียรพระบรมรูป เมื่อวันที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๐

          ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชปรารภว่า พุทธศักราช ๒๔๗๕ อายุพระนครจะบรรจบครบ ๑๕๐ ปี สมควรมีการสมโภช และสร้างสิ่งสำคัญเป็นอนุสรณ์ขึ้นไว้ให้ปรากฏแก่อารยชนในนานาประเทศว่า ชาวไทยมีความกตัญญูรู้คุณบรรพบุรุษที่ได้สร้างกรุงเทพมหานครเป็นราชธานี และบำรุงรักษาประเทศให้เป็นอิสระสืบมา จึงมีพระราชปรารภแก่คณะอภิรัฐมนตรีและคณะเสนาบดี ซึ่งคณะอภิรัฐมนตรีและคณะเสนาบดีเห็นชอบด้วยพระราชดำริว่า สมควรสร้างปฐมบรมราชานุสรณ์ มี ๒ สิ่งประกอบกัน คือ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระปฐมกษัตริย์ และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมพระนครกับธนบุรี สำหรับพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนั้น โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงออกแบบ และให้ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ปั้นหุ่น ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงอำนวยการสร้าง งบประมาณในการก่อสร้างปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ส่วน ๑ รัฐบาลจ่ายเงินแผ่นดินช่วยส่วน ๑ อีกส่วน ๑ ทรงพระราชดำริให้บอกบุญเรี่ยไรราษฎร เมื่อปฐมบรมราชานุสรณ์ก่อสร้างแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราไปทรงเปิด เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ อันเป็นวันครบ ๑๕๐ ปี และได้มีการพระราชพิธีเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครด้วย

          ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงหล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ โรงหล่อ กรมศิลปากร และได้อัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมาประดิษฐานที่ปราสาทพระเทพบิดร เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๒

          เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จสวรรคต และได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพตามขัตติยราชประเพณีแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ณ โรงหล่อกรมศิลปากร ครั้นตกแต่งพระบรมรูปเสร็จแล้ว จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมรูปไปประดิษฐาน ณ ปราสาทพระเทพบิดร เมื่อวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๒ โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุเส้นพระเจ้า พระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธย พระดวงพระบรมราชสมภพ พระดวงเสวยราชสมบัติ พระดวงสวรรคต ลงในพระกรัณฑ์ทองคำลงยา แล้วทรงบรรจุ ณ เบื้องสูงของพระเศียรแห่งพระบรมรูป และในโอกาสเดียวกันนี้ ได้ทรงบรรจุเส้นพระเจ้า พระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธย พระดวงพระบรมราชสมภพ พระดวงเสวยราชสมบัติ พระดวงสวรรคต ในพระกรัณฑ์ทองคำลงยา แล้วทรงบรรจุ ณ เบื้องสูงของพระเศียรแห่งพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย

วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ในอดีต

          การถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร เป็นราชประเพณีประจำปีตั้งแต่วันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๑ เป็นต้นมา ครั้นได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประดิษฐาน ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๕ เนื่องในการเฉลิมฉลองพระนครบรรจบครบ ๑๕๐ ปีแล้ว ในปีถัดมาทางราชการได้ประกาศให้ถือวันที่ ๖ เมษายน เป็นวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ และเป็นวันสำคัญของชาติวันหนึ่ง กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ประดับธงชาติ และมีการถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ และถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

          การถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่ปฐมบรมราชานุสรณ์นั้น นับตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๗๖ เป็นต้นมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปปฏิบัติแทนพระองค์ ต่อมา ระหว่างพุทธศักราช ๒๔๙๕ – ๒๔๙๖ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ภายหลัง ได้มีพระราชปรารภแก่พลตรี หม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์ (หม่อมราชวงศ์เฉลิมลาภ ทวีวงศ์) เลขาธิการพระราชวังในขณะนั้นว่า การวางพวงมาลาตามคตินิยมของชาวไทยใช้สำหรับการไว้อาลัยแก่ผู้ที่จากไป แต่วันที่ระลึกมหาจักรี วันที่ ๖ เมษายน นั้น เป็นมงคลดิถีคล้ายวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ และทรงสถาปนาพระบรมราชวงศ์จักรีการถวายพวงมาลาจึงไม่เป็นการงดงามเหมาะสม ครั้นถึงวันที่ระลึกมหาจักรี วันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๗ สำนักพระราชวังได้จัดพุ่มดอกไม้สดสำหรับทรงวางถวายเป็นเครื่องราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ในปัจจุบัน

          วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ในปัจจุบัน เวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๐ นาที สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระราชวังดุสิตไปยังปฐมบรมราชานุสรณ์ ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วทรงพระดำเนินไปยังปราสาทพระเทพบิดร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทั้ง ๘ รัชกาล แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับการแต่งกาย เครื่องแบบปกติขาว

          อนึ่ง วันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ (วันที่ ๖ เมษายน) สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ที่ปราสาทพระเทพบิดร ตั้งแต่เวลา ๘ นาฬิกา จนถึงเวลา ๑๗ นาฬิกา

นางสาวเพลินพิศ กำราญ เรียบเรียง