TH

EN

พระราชพิธีสังเวยพระป้าย

นิยาม

พระราชพิธี

 พระราชพิธีสังเวยพระป้าย

พระราชพิธีสงกรานต์

 พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีวันวิสาขบูชา

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล รัชกาลที่ ๘

 พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา

          พระราชพิธีวันปิยมหาราช

พระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พระราชพิธีขึ้นปีใหม่

พระราชกุศลวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง

พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช

 พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

รัฐพิธี 

พระราชพิธีสังเวยพระป้าย

         พระราชพิธีสังเวยพระป้าย เป็นพระราชพิธีที่แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษบุพการีในเทศกาลตรุษจีน พระป้ายได้แบบอย่างจากบ้านชาวจีนที่มีป้ายบรรพบุรุษบุพการี

          ซึ่งภาษาจีน เรียกว่า เกสิน ตั้งไว้บูชาประจำบ้าน พระป้าย มี ๒ แห่ง คือ พระป้ายที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และพระป้ายที่พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระราชวังบางปะอิน

          พระป้ายที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตมีลักษณะเป็นเทวรูปหล่อด้วยทองคำ ขนาดสูงประมาณ ๗ นิ้ว ทรงเครื่องกษัตริยาธิราช พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายยกเสมอพระอุระ พระพักตร์ลักษณะเหมือนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานในซุ้มเรือนแก้วแบบจีน ทำด้วยไม้จันทน์สลักลายลงรักปิดทอง จารึกพระปรมาภิไธยที่ซุ้มเรือนแก้วด้วยอักษรจีน มีฉัตรทอง ๗ ชั้น ตั้ง ๒ ข้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น พระป้ายนี้เดิมประดิษฐานที่พระที่นั่งมหิศรปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ต่อมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระที่นั่งอัมพรสถาน สำหรับเป็นที่ประทับในพระราชวังดุสิต ครั้นสร้างแล้วเสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการ

          พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ในวันที่ ๑๘–๒๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๔๙ แล้วจึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระป้ายจากพระที่นั่งมหิศรปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปประดิษฐานในห้องพระบรรทม พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๔๙

          พระป้ายที่พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจำนวน ๒ คู่ พระป้ายคู่หนึ่งเป็นแผ่นพระป้ายอักษรจีนพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับแผ่นพระป้ายพระนามาภิไธยสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น เนื่องจากได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระที่นั่งสถาปัตยกรรมแบบจีน นามว่า พระที่นั่งเวหาศจำรูญ ขึ้นที่พระราชวังบางปะอิน และมีพระวิมานลับแลตั้งที่บูชาเช่นธรรมเนียมบ้านชาวจีนที่มีป้ายชื่อบรรพบุรุษประดิษฐานเป็นที่เคารพสักการะ แต่ครั้นจะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระป้ายพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจากพระที่นั่งมหิศรปราสาทไปประดิษฐานที่พระที่นั่งเวหาศจำรูญ ก็มีพระราชดำริว่า พระป้ายเดิมประดิษฐาน ณ พระที่นั่งในกรุงเทพมหานคร นับว่าเป็นที่สูงกว่าพระที่นั่งในหัวเมืองอยู่แล้ว จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระป้ายขึ้นใหม่เพื่อเชิญไปประดิษฐานที่พระที่นั่งเวหาศจำรูญ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๓๓ และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพระราชพิธีแต้มพระป้ายทำนองเดียวกับพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ แล้วจึงเชิญพระป้ายใหม่ไปประดิษฐานในพระวิมานลับแล ท้องพระโรงกลางชั้นบน พระที่นั่งเวหาศจำรูญ ส่วนพระป้ายอีก ๑ คู่ เป็นแผ่นพระป้ายอักษรพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และแผ่นพระป้ายพระนามาภิไธยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นสำหรับทรงสักการบูชา ณ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๐ พระป้ายทั้ง ๒ คู่ ทำด้วยไม้จันทน์ขอบสลักลายจีนปิดทอง

          พระราชพิธีสังเวยพระป้ายในอดีต คือ การตั้งเครื่องคาวหวานเซ่นไหว้บรรพบุรุษบุพการีตามธรรมเนียมจีน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชกระแสไว้ว่า เมื่อทำพระป้ายขึ้นแล้วก็ควรมีการเซ่นไหว้ตามธรรมเนียมจีนและควรมีทุกปี เพราะตามธรรมเนียมจีนนับถือบรรพบุรุษเป็นที่พึ่ง การบูชาเซ่นสรวงแสดงให้คนทั้งปวงเห็นว่ามีความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ และให้ความเจริญแก่ผู้ปฏิบัติธรรมเนียมดังกล่าว

          พระราชพิธีสังเวยพระป้ายแต่เดิมมา จัดพิธีสังเวยในวันไหว้ของเทศกาลตรุษจีน ที่พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระราชวังบางปะอิน ส่วนพระป้ายที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต จัดพิธีสังเวยในวันขึ้นปีใหม่คือวันตรุษจีน ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิธีสังเวยพร้อมกันในวันตรุษจีน เครื่องสังเวยพระป้ายเป็นเครื่องคู่ ประกอบด้วยหัวหมู เป็ด ไก่ ขนมเข่ง ขนมเปี๊ยะ ซาลาเปา ผลไม้ กระดาษเงิน กระดาษทอง เครื่องบูชาแบบจีนซึ่งภาษาจีนเรียกว่า กิมฮวย ผ้าสีชมพู ธูป เทียนทอง และเทียนเงิน พระราชพิธีสังเวยพระป้าย แต่เดิมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชพิธีสังเวยด้วยพระองค์เอง หากมีพระราชกรณียกิจอื่น จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าลูกเธอ หรือพระราชวงศ์ผู้ใหญ่ เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์

          พระราชพิธีสังเวยพระป้ายในปัจจุบัน พระราชพิธีสังเวยพระป้ายที่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระป้าย แล้วเสด็จลงหน้าพระที่นั่งอัมพรสถาน ทรงปักธูปที่เครื่องสังเวย ทรงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง (สมัยก่อนมีการจุดประทัดด้วย แต่ได้ยกเลิกไปเมื่อราวปลายสงครามโลกครั้งที่ ๒ ประมาณพุทธศักราช ๒๔๘๕–๒๔๘๖) เมื่อธูปที่ปักเครื่องสังเวยหมดแล้ว เจ้าพนักงานถอนเครื่องสังเวยออก และนำกิมฮวยไปปักในแจกันที่โต๊ะเครื่องบูชาและผูกผ้าสีชมพู เป็นเสร็จพระราชพิธี

          ส่วนพระราชพิธีสังเวยพระป้ายที่พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระราชวังบางปะอิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้า เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ดังนี้ เมื่อผู้แทนพระองค์เสด็จถึงพระราชวังบางปะอิน ทรงจุดธูปเทียนถวายสักการะเทวรูปสมเด็จพระเจ้าปราสาททองที่เหมมณเฑียรเทวราช (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิฐวรการ ทรงจำลองแบบปรางค์ขอมมาสร้างขึ้นตรงต้นโพธิ์ใหญ่ใกล้ศาลเดิมที่ชาวเกาะบางปะอินสร้างอุทิศถวายสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง)

          ครั้นผู้แทนพระองค์ทรงสักการะเทวรูปสมเด็จพระเจ้าปราสาททองแล้วประทับรถยนต์ เสด็จไปยังพระที่นั่งเวหาศจำรูญ เสด็จขึ้นยังท้องพระโรง ทรงจุดธูป เทียนเงิน เทียนทอง หน้าเครื่องสังเวย ทรงจุดธูปปักที่เครื่องสังเวย แล้วเสด็จลงข้างพระที่นั่งเวหาศจำรูญ ทรงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง แล้วเสด็จกลับ เมื่อธูปที่ปักเครื่องสังเวยหมดแล้ว เจ้าพนักงานถอนเครื่องสังเวย และนำกิมฮวยไปปักในแจกันที่โต๊ะเครื่องบูชาหน้าพระวิมานพระป้าย พร้อมทั้งผูกผ้าสีชมพู เป็นเสร็จพระราชพิธี