พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล รัชกาลที่ ๘
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษา
พระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พระราชกุศลวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง
พระราชพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช
พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
ประวัติพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรในสมัยรัชกาลที่ ๑
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ แกะสลักจากมณีสีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์ หน้าตักกว้าง ๔๘.๓ เซนติเมตร สูงตั้งแต่ฐานถึงยอดพระรัศมี ๖๖ เซนติเมตร มีประวัติตามตำนานพระแก้วมรกต ว่าพระแก้วมรกตเคยประดิษฐานตามวัดในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคเหนือของไทย ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย ลำปาง เชียงใหม่ ต่อมา เมื่อสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชซึ่งครองเมืองเชียงใหม่และเสด็จไปครองอาณาจักรล้านช้าง ได้เชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่อาณาจักรล้านช้างด้วย เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่เรียบร้อยในอาณาจักรล้านช้างในสมัยกรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้รับพระบรมราชโองการให้เสด็จพระราชดำเนินนำทัพไปปราบปรามเมื่อเหตุการณ์สงบเรียบร้อยแล้ว จึงได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตจากนครเวียงจันทน์มายังกรุงธนบุรี เมื่อพุทธศักราช ๒๓๒๑ ต่อมา เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงรับการอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ย้ายราชธานีจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยามาสร้างราชธานีใหม่ ณ ฝั่งตะออกของแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างวัดไว้ในพระราชฐานสำหรับประดิษฐานพระแก้วมรกต และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตข้ามฟากจากกรุงธนบุรีมาประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันจันทร์ ที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๓๒๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระราชทานนามพระแก้วมรกตใหม่ว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร อีกทั้งมีพระราชศรัทธาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูร้อนและเครื่องทรงสำหรับฤดูฝนถวายเป็นพุทธบูชา จึงเป็นราชประเพณีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรปีละ ๒ ฤดู แต่นั้นมา
พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรในสมัยรัชกาลที่ ๓
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาวถวายเป็นพุทธบูชาอีกสำรับหนึ่ง เครื่องทรงสำหรับเปลี่ยนถวายจึงมีครบตามฤดูกาล มาจนถึงปัจจุบัน กำหนดราชประเพณีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรทั้ง ๓ ฤดู
กำหนดไว้ ดังนี้
วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๔ เปลี่ยนเครื่องทรงฤดูหนาวเป็นเครื่องทรงฤดูร้อน
วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เปลี่ยนเครื่องทรงฤดูร้อนเป็นเครื่องทรงฤดูฝน
วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ เปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝนเป็นเครื่องทรงฤดูหนาว
เครื่องทรงสำหรับฤดูร้อน ทรงเครื่องต้น เป็นเครื่องทองคำลงยาราชาวดีประดับเพชรพลอยต่าง ๆ พระมงกุฎมีท้ายเทริดยอดประดับเพชรเม็ดใหญ่
เครื่องทรงสำหรับฤดูฝน ทรงเครื่องอย่างห่มดอง ผ้าทรงนั้นทำด้วยทองคำเป็นกาบ ๆ จำหลักลายประดับพลอยทับทิมลายทรงข้าวบิณฑ์ เมื่อประกอบแล้วเสมือนหนึ่งผ้าทรงอย่างห่มดอง พระศกทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีสีน้ำเงินแก่ ที่ปลายพระเกศาซึ่งเวียนเป็นทักษิณาวรรตประดับด้วยนิลเม็ดย่อม ๆ ทั่วไป พระรัศมีลงยาราชาวดีสีต่าง ๆเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาว เป็นผ้าทรงคลุมทำด้วยทองคำเป็นหลอดลงยาราชาวดีร้อยลวดเหมือนตาข่าย คลุมทั้งสองพระพาหา พระศกลักษณะคล้ายเครื่องทรงสำหรับฤดูฝน
พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรในรัชกาลปัจจุบัน
พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นพระราชพิธีสำคัญที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติด้วยพระองค์เอง เว้นแต่มีพระราชกรณียกิจ ไม่อาจเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติได้ จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์
การพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ก่อนเวลาเสด็จพระราชดำเนินเจ้าหน้าที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามจะได้เปลื้องเครื่องฤดูที่ทรงอยู่ออก คงไว้แต่พระมงกุฎหรือพระศก
ครั้นถึงเวลา ๑๕ นาฬิกา ๓๐ นาที เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมมหาราชวังเสด็จเข้าวัดพระศรีรัตนศาสดารามทางประตูเกย ณ ที่นั้น เจ้าหน้าที่งานพระแสงต้น กองพระราชพิธี ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระแสงดาบคาบค่าย ซึ่งเป็นพระแสงที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้น ทรงรับพระแสง แล้วพระราชทาน แก่มหาดเล็กเชิญตามเสด็จโดยตลอดพระราชพิธี
เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงพระดำเนินไปยังบันไดเกยที่ฐานชุกชีด้านหลังบุษบกประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสด็จขึ้นบันไดไปถึงบุษบก ทรงกราบจากนั้น ทรงถอดพระมงกุฎหรือพระศกออกจากพระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรพระราชทานแก่เจ้าหน้าที่ ทรงรับพระมหาสังข์ประจำองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้ว ทรงรับพระมหาสังข์เพชรน้อยจากเจ้าหน้าที่ทรงสรงพระสุคนธ์ที่พระอังสาซ้ายขวาของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เสร็จแล้วพระราชทานพระมหาสังข์เพชรน้อยคืนแก่เจ้าหน้าที่ ทรงรับผ้าขาวจากเจ้าหน้าที่ ทรงเช็ดตามองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร แล้วทรงรับพระมงกุฎหรือพระศกประจำฤดูจากเจ้าหน้าที่ทรงสวมถวายที่พระเศียรพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงกราบ เสด็จลงจากเกยไปประทับพระราชอาสน์ที่ข้างฐานชุกชี ทรงหยิบผ้าขาวที่ซับองค์พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแล้วนั้นชุบน้ำพระสุคนธ์ในโถแก้ว แล้วทรงบีบน้ำพระสุคนธ์ลงในโถแก้วและหม้อน้ำเพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว ทรงพระดำเนินไปที่ฐานชุกชีซึ่งประดิษฐานพระสัมพุทธพรรณีซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นทรงถอดพระรัศมีพระสัมพุทธพรรณีพระราชทานแก่เจ้าหน้าที่ แล้วทรงสวมพระรัศมีเปลี่ยนถวายใหม่ตามฤดู (พระรัศมีประจำฤดูร้อนเป็นกะไหล่ทอง พระรัศมีประจำฤดูฝนเป็นแก้วสีน้ำเงิน พระรัศมีประจำฤดูหนาวเป็นแก้วขาว) ทรงพระสุหร่าย แล้วทรงวางกระทงดอกไม้บนฐานชุกชี แล้วทรงจุดเทียนห่วง (เทียนหนักเล่มละ ๑๘๐ แกรม จำนวน ๒ เล่ม) บูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและพระสัมพุทธพรรณี ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย เสร็จแล้ว ทรงพระดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ เจ้าหน้าที่ภูษามาลาเชิญพระมหาสังข์ทักษิณาวรรตทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ทรงรับพระมหาสังข์แล้วทรงสรงที่พระเจ้า จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พระบรมวงศานุวงศ์เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์ ตามลำดับ ดังนี้ พระราชทานน้ำพระพุทธมนต์แก่พระเจ้าหลานเธอด้วยพระมหาสังข์เพชรน้อย และพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์แก่หม่อมเจ้าด้วยสังข์นคร จากนั้น ทรงพระดำเนินทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์พระราชทานแก่ข้าทูลละอองพระบาทซึ่งเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเรียงรายรอบผนังภายในพระอุโบสถ ประทับพระราชอาสน์หัวหน้าพราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียน พราหมณ์เป่าสังข์ พนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตร และดุริยางค์ ขณะเวียนเทียนสมโภชพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เจ้าหน้าที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้นไปแต่งเครื่องทรงถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ครั้นเวียนเทียนสมโภชครบ ๓ รอบแล้ว หัวหน้าพราหมณ์ขึ้นบันไดเกยไปเจิมที่ฐานด้านหลังพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงพระดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ เสด็จออกจากพระอุโบสถ ทรงพระสุหร่ายน้ำพระพุทธมนต์ที่สรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรพระราชทานแก่ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทที่ชานหน้าพระอุโบสถและตามทางเสด็จ (การพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์แก่ประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทนอกพระอุโบสถและตามรายทางเสด็จเป็นพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร) ก่อนจะประทับรถยนต์พระที่นั่ง พระราชทานพระแสงดาบคาบค่ายคืนแก่เจ้าหน้าที่งานพระแสงต้นรับไปเก็บรักษาเสด็จพระราชดำเนินกลับ
นางสาวเพลินพิศ กำราญ เรียบเรียง